สูตร 50/30/20 คืออะไร
เป็นวิธีแบ่งรายได้สุทธิง่าย ๆ ที่ไม่ต้องจดทุกบาท:
- 50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น: ค่าเช่าหรือค่างวดบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง อาหารหลัก ค่าโทรศัพท์ เบี้ยประกัน และค่างวดหนี้ขั้นต่ำ
- 30% ค่าใช้จ่ายตามใจ: กินข้าวนอกบ้าน กาแฟ ช้อปปิ้ง สตรีมมิง ท่องเที่ยว และของที่อยากได้
- 20% เงินออมและปลดหนี้: เงินสำรองฉุกเฉิน กองทุน RMF หรือ ThaiESG เงินโปะบ้าน และการจ่ายหนี้เกินขั้นต่ำ
ตัวอย่าง: เงินเดือนสุทธิ 25,000 บาท
ค่าใช้จ่ายจำเป็นไม่เกิน 12,500 บาท ตามใจ 7,500 บาท และออม 5,000 บาท หรือ 60,000 บาทต่อปี เงินสำรองฉุกเฉินควรมี 37,500–75,000 บาท (3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น)
| รายได้สุทธิ/เดือน | จำเป็น 50% | ตามใจ 30% | ออม 20% | ออมต่อปี |
|---|---|---|---|---|
| 15,000 บาท | 7,500 บาท | 4,500 บาท | 3,000 บาท | 36,000 บาท |
| 25,000 บาท | 12,500 บาท | 7,500 บาท | 5,000 บาท | 60,000 บาท |
| 35,000 บาท | 17,500 บาท | 10,500 บาท | 7,000 บาท | 84,000 บาท |
| 50,000 บาท | 25,000 บาท | 15,000 บาท | 10,000 บาท | 120,000 บาท |
| 80,000 บาท | 40,000 บาท | 24,000 บาท | 16,000 บาท | 192,000 บาท |
ปรับสูตรให้เข้ากับชีวิตจริง
- อยู่กรุงเทพฯ หรือเพิ่งเริ่มงาน: ค่าเช่าและค่าเดินทางอาจกินเกินครึ่ง สัดส่วน 60/20/20 หรือ 70/20/10 ใช้ได้จริงกว่า แต่พยายามรักษาเงินออมไว้ไม่ต่ำกว่า 10%
- ส่งเงินให้พ่อแม่: เป็นค่าใช้จ่ายที่คนไทยจำนวนมากมี ถ้าเป็นภาระประจำให้นับเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น
- มีหนี้ดอกเบี้ยสูง: ใช้ส่วน 20% ปิดหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลก่อน เพราะดอกเบี้ย 16–25% ต่อปีสูงกว่าผลตอบแทนการออมแทบทุกแบบ วางแผนด้วยเครื่องคำนวณแผนปลดหนี้
- รายได้ไม่แน่นอน: ทำงบจากเดือนที่รายได้ต่ำ และเก็บส่วนที่เกินเป็นเงินสำรอง
เทคนิคให้งบอยู่ได้จริง
- แยกบัญชีอย่างน้อยสองบัญชี: บัญชีใช้จ่ายกับบัญชีเงินออม และตั้งโอนอัตโนมัติวันเงินเดือนออก
- จดค่าใช้จ่ายสัก 1–2 เดือนเพื่อดูว่าเงินหายไปไหน แอปธนาคารส่วนใหญ่สรุปให้ได้
- ตั้งเป้าหมายชัดเจน แล้วคำนวณเงินที่ต้องเก็บต่อเดือนด้วยเครื่องคำนวณเงินออม
หมายเหตุ: ผลลัพธ์เป็นการประมาณเพื่อใช้อ้างอิง ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ตัวเลขจริงขึ้นกับสัญญา ค่าธรรมเนียม เบี้ยประกัน ภาษี และนโยบายของแต่ละสถาบันการเงิน โปรดตรวจสอบกับตารางผ่อนชำระอย่างเป็นทางการของธนาคารหรือผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน
คำถามที่พบบ่อย
เงินเดือน 15,000 บาท ควรแบ่งอย่างไร?
ตามสูตร 50/30/20 คือจำเป็น 7,500 ตามใจ 4,500 และออม 3,000 บาท แต่ถ้าค่าเช่าและค่าเดินทางสูง ลองใช้ 70/20/10 คือจำเป็น 10,500 ตามใจ 3,000 และออม 1,500 บาท สิ่งสำคัญคือออมสม่ำเสมอทุกเดือน
ค่างวดรถหรือบ้านนับเป็นหมวดไหน?
ค่างวดขั้นต่ำนับเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น ส่วนเงินที่โปะเกินค่างวดนับเป็นเงินออมและปลดหนี้
ควรมีเงินสำรองฉุกเฉินเท่าไหร่?
อย่างน้อย 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น ถ้าเป็นฟรีแลนซ์ ค้าขาย หรือเป็นรายได้หลักของครอบครัว ควรมีมากกว่านั้น
อัปเดตล่าสุด: 8 ตุลาคม 2026